ค้นหาแบบพิเศษ
  Thursday, February 22, 2018

หลักการและเหตุผล

 

 

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน  มีบทบาทสำคัญในการผลิตบุคลากรในระดับบัณฑิตศึกษา    และมุ่งเน้นการจัดการเรียนการสอนระดับบัณฑิตศึกษาให้มีคุณภาพ  ได้มาตรฐานและเป็นที่ยอมรับ  ซึ่งจะต้องมีการผลิตผลงานวิทยานิพนธ์และงานวิจัยควบคู่ไปด้วย  จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการประชุมนำเสนอผลงานวิจัยและวิทยานิพนธ์เพื่อแพร่ความรู้ให้ปรากฏแก่สาธารณชน  มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสานโดยคณะวิทยาศาสตร์และศิลปศาสตร์จึงเห็นควรให้มีการประชุมเพื่อเสนอผลงานวิทยานิพนธ์และผลงานวิจัยขึ้นเพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนความรู้  ความคิดเห็นระหว่างนักวิจัยในสาขาวิชาเดียวกันและสาขาวิชาอื่น ๆ  ที่เกี่ยวข้อง  ทั้งนี้จะเป็นการกระตุ้นบรรยากาศการวิจัย  เป็นเวทีนำเสนอผลงานวิทยานิพนธ์และผลงานวิจัยก่อให้เกิดองค์ความรู้ใหม่  และยังเป็นการสร้างเครือข่ายงานวิจัย  เป็นฐานข้อมูลนักวิจัยของมหาวิทยาลัยต่างๆ  เพื่อยกระดับและพัฒนาคุณภาพงานวิจัยระดับบัณฑิตศึกษาให้มีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับในระดับชาติและนานาชาติ 

นโยบายการจัดประชุมเสนอผลงานวิจัยระดับบัณฑิตศึกษาแห่งชาติ (National  Graduate  Research  Conference) หรือเรียกอย่างย่อ ว่า  “Grad  Research”  นี้  เกิดขึ้นเมื่อปี  พ.ศ. 2542 จากการริเริ่มของที่ประชุมคณบดีบัณฑิตวิทยาลัยมหาวิทยาลัยของรัฐ (ทคบร.)  ซึ่งเป็นผู้บริหารจัดการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาที่เป็นผู้แทนจากมหาวิทยาลัยของรัฐทั่วประเทศ  23  แห่งในขณะนั้น  โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อพัฒนาและประกันคุณภาพการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาในระดับอุดมศึกษา  และมุ่งความเป็นเลิศทางวิชาการ  เพื่อส่งเสริม  สนับสนุน  และประสานงานความร่วมมือทางวิชาการในสถาบันการศึกษาที่จัดการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาทั้งในและต่างประเทศ  รวมทั้งสร้างความสัมพันธ์และความสามัคคีในการทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ  และประสิทธิผล

การจัดประชุมเสนอผลงานวิจัยระดับบัณฑิตศึกษาแห่งชาติครั้งแรกเริ่มขึ้นในปี พ.ศ. 2543  โดยบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่รับเป็นเจ้าภาพ  และต่อมาบัณฑิตวิทยามหาวิทยาลัยของรัฐที่เป็นผู้แทนจากมหาวิทยาลัยทั่วประเทศก็ได้ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันเป็นเจ้าภาพปีละครั้งดังนี้ ครั้งที่ 4 จัดที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ครั้งที่ 5 จัดที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 6 จัดที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  ครั้งที่ 7 จัดที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ครั้งที่ 8 จัดที่มหาวิทยาลัยมหิดล ครั้งที่ 9 จัดที่มหาวิทยาลัยบูรพา ต่อมาสำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา (สกอ.)  ได้เล็งเห็นความสำคัญในการยกระดับมาตรฐานการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา  จึงได้มีประกาศกระทรวงศึกษาธิการ  กำหนดเกณฑ์ในการสำเร็จการศึกษาหลักสูตรปริญญาโท  แผน ก  สำหรับนักศึกษาที่เข้าศึกษาตั้งแต่ปีการศึกษา  2548  เป็นต้นไป  ให้ผลงานวิทยานิพนธ์จะต้องได้รับการตีพิมพ์หรืออย่างน้อยดำเนินการให้ผลงานหรือส่วนหนึ่งของผลงานได้รับการยอมรับให้ตีพิมพ์ในวารสารหรือสิ่งพิมพ์ทางวิชาการ  หรือเสนอต่อที่ประชุมวิชาการที่มีรายงานการประชุม (Proceedings)  ดังนั้นจำนวนของการนำเสนอผลงานวิจัยระดับบัณฑิตจึงมีเพิ่มมากขึ้น  จนต้องมีการจัดนำเสนอผลงานวิจัยระดับบัณฑิตศึกษาแห่งชาติ  ปีละ  2  ครั้ง  ในขณะเดียวกันมีมหาวิทยาลัยกลุ่มใหม่ที่จัดการศึกษาในระดับบัณฑิตศึกษาเกิดเพิ่มขึ้น  เช่น  มหาวิทยาลัยราชภัฎ  มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล  รวมทั้งมหาวิทยาลัยเอกชน  จึงได้มีการรวมกลุ่มจัดตั้งเป็น  สภาคณบดีบัณฑิตวิทยาลัยแห่งประเทศไทย (สคบท.)  และได้จัดการประชุมเสนอผลงานวิจัยระดับบัณฑิตแห่งชาติปีละ  2  ครั้ง  เช่นกัน  จนกระทั่งปีการศึกษา 2551  จึงได้มีการจัดการจัดประชุมร่วมกันของ ทคบร.  และ สคบท.  เป็นปีละ  4  ครั้ง  เพื่อให้เพียงพอกับจำนวนผลงานวิจัยของนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาที่มีเพิ่มมากขึ้น  โดยครั้งที่  10  จัดที่มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช  ครั้งที่  11  จัดที่มหาวิทยาลัยราชภัฎวไลยลงกรณ์  ในพระบรมราชูปถัมภ์  ครั้งที่  12  จัดที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น  ครั้งที่  13  จัดที่มหาวิทยาลัยนอร์ธเชียงใหม่  ครั้งที่ 14  จัดที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ  ครั้งที่  15  จัดที่มหาวิทยาลัยราชภัฎนครราชสีมา  ครั้งที่  16  จัดที่มหาวิทยาลัยแม่โจ้  ครั้งที่  17  จัดที่มหาวิทยาลัยราชภัฎบุรีรัมย์ ครั้งที่  18  จัดที่สถาบันบัณฑิตพัฒนาบริหารศาสตร์  ครั้งที่  19  มหาวิทยาลัยราชภัฎราชนครินทร์ ครั้งที่ 20 จัดที่มหาวิทยาลัยมหิดล ครั้งที่ 21 จัดที่มหาวิทยาลัยรังสิต  ครั้งที่ 22 จัดที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และในครั้งที่ 23 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน  ได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพในการจัดดำเนินการในครั้งนี้  โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก  สคบท.  เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับกิจกรรมการนำเสนองานวิจัยระดับบัณฑิตศึกษา  กิจกรรมการสัมมนาทางวิชาการ  และการประชุมสามัญประจำปี  2554  รวมทั้งสิ้นจำนวน  200,000  บาท